Blog

 

CLOVER EDUCATION Administrator

ตอนที่ 1 :  จุดเริ่มต้น.....ก่อนโบยบิน
สวัสดีแฟนเพจ Clover Education & Services วันนี้เรามีข้อมูลการเตรียมตัวเบื้องต้นก่อนขอวีซ่ามาฝากน้องๆและผู้ที่สนใจเดินทางไปเรียนต่อออสเตรเลียมาฝากกันครับ   เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถาม แต่ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน อ่านที่นี่ที่เดียว จะไขทุกปัญหาคาใจ......... หลายคนคงมีคำถามและกำลังกังวลในเรื่องของการเตรียมตัวไปเรียนต่อ จะยื่นวีซ่ายังไง จะเตรียมตัวยังไง ทำยังไงวีซ่าถึงจะผ่าน จะใช้ชีวิตยังไง และอีกหลายๆคำถาม วันนี้ Clover Education & Services  เราอาจไม่ใช่สถาบันแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด แต่เรามีทางเลือกให้คุณมากที่สุด
1.    เตรียมใจ:
-    ใช้เวลานั่งถามตัวเองขอเวลา 1 วัน ถามใจตัวเองให้แน่ใจว่า เราพร้อมที่จะไปใช้ชีวิตต่างประเทศไหม เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและรายได้ของเราเมื่อไปเมืองนอก ลองชั่งใจดูและประมวลภาพถึงคุณภาพชีวิตที่เราได้รับที่เมืองไทย กับเมืองนอก ถ้ารับสภาพได้ ไปที่ข้อต่อไปได้เลย  
 -      เมื่อถามตัวเองจนแน่ใจแล้ว ถ้ามีเงินเราสามารถยื่นวีซ่าวันนี้พรุ่งนี้ก็ยังได้ครับ แต่ถ้าไม่มีหละ ทำยังไง ให้เวลากับเวลาครับ อย่าด่วนใจร้อน อย่าเอาความอยากเป็นที่ตั้ง เมื่อไม่พร้อม....ทุกอย่างจึงต้องใช้เวลา / Have สติ!!
2.    เตรียมเอกสาร:
      -  แบบฟอร์มการขอวีซ่า 48R
      - พาสปอร์ตฉบับจริง สำเนาพาสปอร์ต
      - สำเนาบัตรประชาชน
      - สำเนาทะเบียนบ้าน
      - รูปถ่าย 2 นิ้ว
      - Transcrip / Certificate
      - หนังสือรับรองการทำงาน หนังสือรับรองเงินเดือน
      - สเตจเม้นท์ย้อนหลัง 6 เดือน  
เอกสารข้างต้นนี้สำคัญและมีผลต่อการอนุมัติวีซ่าของเรา และอย่าพึ่งลาออกจากงาน ทั้งที่ยังไม่ยื่นวีซ่า และผลวีซ่ายังไม่ออก ห้ามลาออกเด็ดขาด!!!
ขั้นตอนการขอวีซ่า:  
-           ขั้นแรกติดต่อเอเจ้นท์ ที่น่าเชื่อถือโดยอ่านจากรีวิว ว่าเอเจ้นท์มีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ปล่อยเราลอยแพไหม วีซ่าไม่ผ่านคืนค่าเรียนเราไหม ถ้าคืน คืนกี่ % ของค่าเรียนที่จ่ายไป ถามให้ชัด เซ็นเอกสารให้เคลียร์ ตลอดจนให้ระบุระยะเวลาของการคืนเงิน กรณีวีซ่าไม่ผ่าน ให้ชัดเจน หากเอเจ้นท์บ่ายเบี่ยงพูดไม่เคลียร์ให้หาเจ้าใหม่เลยครับ ไม่ต้องง้อ เพราะเงินเราจ่ายไปเป็นแสนไม่ได้คืนนี่ยุ่งเลย วิธีดูว่าเอเจ้นท์ไหนที่ไม่หากินกับเงินเราคือ ตอบชัด ตอบเคีลยร์ ถามอะไรตอบได้ และเข้าไปรีวิวเพจ และมีแหล่งที่อยู่ชัดเจน มีนักเรียนเดินทางไปกับเอเจ้นท์นี้มากน้อยขนาดไหน ฟีดแบคเป็นยังไง
-     เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ให้โจทย์เอเจ้นท์ไปว่าเราอยากได้โรงเรียนแบบไหน เน้นเรียน หรือเน้นทำงาน ระบุจุดประสงค์ให้แน่ชัด
'-     เน้นเรียน: ค่าเรียนแพง วันที่เรียนต่อสัปดาห์เยอะ จำนวนชั่วโมงต่อวันก็เยอะตาม อาจจะ 5 วันต่อสัปดาห์ และเรียนตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 5  โมงเย็น  ซึ่งหากลงเรียนภาษาไป ข้อนี้เลี่ยงไม่ได้
'-   เน้นทำงาน:  ค่าเรียนจะถูกและวันที่เรียนน้อย จำนวนชั่วโมงก็จะน้อยตามไปด้วย เช่น เรียน 2  วันต่อสัปดาห์ วันละ 4 ชั่วโมง ภาคเช้า หรือ ภาคบ่าย ก็ตามแต่ที่เราสะดวก เพื่อให้เรามีเวลาทำงานกันอย่างเต็มที่  ซึ่งวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย สามารถทำงานได้ 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ โดยจ่ายผ่านบัญชีและมีหลักฐานการหักภาษี
-    เอเจ้นท์จะให้เราเลือกว่าไปนานขนาดไหน 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 2 ปี จากนั้นเอเจ้นท์ ก็จะยื่นคำร้องไปยังโรงเรียนเพื่อขอ Letter of offer ซึ่งตรงนี้เราต้องชำระค่าสมัครเรียน  จากนั้นเราจะได้ใบ  COE ( Confirmation of Enrolment ) มาให้ ตรงนี้แหละเราต้องชำระค่าเรียนแล้ว  ถามว่าต้องชำระเต็มจำนวนไหม ไม่ต้องครับ อยู่ที่เรา สมมติเราลงไป 1 ปี จะแบ่งเป็น 2 พาร์ท เราอาจจะเลือกชำระเพียงพาร์ทแรก ส่วนพาร์ทที่ 2 เราสามารถแบ่งชำระเป็นรายเดือน เมื่อเรียนจบพาร์ทแรกได้ครับ โดยทางโรงเรียนจะมีหนังสือและ SMS แจ้งเราอีกครั้ง แค่นี้ก็ไม่ต้องจ่ายหมดครั้งเดียวแล้ว!!
เงินคงเหลือในบัญชี:
'-   ต้องมีเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอต่อการขอวีซ่า ถ้าไม่มีเงินทำยังไง  เมื่อเดินทางมาถึงขึ้นตอนนี้เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะพับเสื่อลับบ้าน ด่านนี้เป็นอีกหนึ่งด่านที่หินทั้งเอเจ้นท์ และหินทั้งผู้ขอวีซ่า แต่ไม่เป็นไร ทุกปัญหามีทางออก
'-   ใช้ Sponsor!!! สปอนเซอร์ก็คือ ผู้เกี่ยวข้องทางสายเลือด เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ลุงป้า น้าอา ปู่ย่าตายาย ที่ท่านมีเงินเหลือในบัญชีที่พอจะแสดงให้กับสถานทูตดูได้ว่า บุคคลท่านนี้แหละจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยให้ทางเราสะดวกมากขึ้น ถ้าไม่มีทั้งเงิน ไม่มีทั้งสปอนเซอร์จะทำยังไง ....... ไม่ต้องทำยังไงครับ และไม่ต้องยอมแพ้ เดินมาถึงขนาดนี้แล้ว  ในเมื่อไปเรียนไม่ได้ รัฐบาลออสเตรเลียก็ไม่ใจร้ายครับ เขายังมีโครงการ HAH ( Work and Holiday ) ไว้ให้เราเดินทางเข้าประเทศไปทำงานแบบสบายๆ แต่ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆเราต้องแย่งชิงกับคนอื่นอีกทั่วประเทศ โดยการกดโควต้าให้ได้และให้ทัน สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี บริบูรณ์  ซึ่งหากไม่มีสเตจเม้นท์แล้วยากครับ  เพราะต้องเข้าใจกระบวนการคัดกรองคนเข้าประเทศเขาต้องมั่นใจว่าเราจะเดินทางเข้าไปแล้วไม่หลบหนีเข้าประเทศ ไม่ไปเป็นภาระหรือสร้างความวุ่นวายในประเทศเขาครับ เงินในบัญชีจึงเป็นเหมือนเครื่องมือการันตีเราครับ / เปรียบกับประเทศที่เจริญแล้วไม่ได้นะครับ เรายังอยู่ในกลุ่มประเทศที่ยังต้องใช้เงินการันตีครับ
-      แล้วมันต้องใช้เงินเท่าไหร่ ถึงจะทำให้วีซ่าผ่าน ข้อนี้ตอบยากครับ ไม่มีจำนวนที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสถานทูตครับ ให้เราลองคำนวณคร่าวๆ ดูครับว่าช่วงที่เราไปใช้ชีวิตอยู่เนี่ยคิดเป็นค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ มันถึงจะอยู่รอด   ทั้งนี้เราอาจจะสปอนเซอร์ตัวเองร่วมกับสปอนเซอร์หลัก และอย่า!!! เอาเงินก้อนเดียวมาตู้ม!! ใส่บัญชีเพราะว่า หากสถานทูตเห็นว่าที่มาของเงินไม่ชัดเจนเราก็ไม่ได้ไปต่อนะครับ ฉะนั้นสเตจเม้นท์ที่เข้าบัญชีต้องมีความสม่ำเสมอ  และอธิบายแหล่งที่มาของเงินได้ครับ
'-   หน้าที่ของเราจบแล้ว ต่อไป ก็ให้ความเก่งของเอเจ้นท์โซโล่ต่อเลย บทบาทของเอเจ้นท์ที่ดีคือ เขียนให้น่าเชื่อถือและตรงกับหลักฐานที่ทางผู้ขอวีซ่าแสดง ช่วงระหว่างยื่นนี้ พยายามอย่าปิดโทรศัพท์เพราะสถานทูตอาจจะโทรมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และทางเอเจ้นท์ต้องแจ้งเราด้วยว่า เขียนไปแบบไหน ข้อมูลที่ส่งไปมีอะไรบ้าง เช่น
-          สถานที่เรียน ระยะเวลาที่เรียน
-          ไปถึงแล้วพักที่ไหน
-           ตอนนี้ทำอะไรอยู่ งานอะไร ตำแหน่งอะไร แล้วไปเรียนมันสอดคล้องกับตำแหน่งงานในปัจจุบันไหม กลับมาแล้วเราจะนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างไร เตรียมคำตอบให้ตรง ตอบให้มั่นใจ ให้เขาแน่ใจว่าเราไปเรียนจริงและจะกลับมาประเทศไทยแน่นอน
-     รอระยะเวลาในการอนุมัติวีซ่าครับ อาจจะใช้เวลา 2  สัปดาห์ ถึง 1 เดือน
ช่วงจิตตก
-          รอวีซ่านานแล้ว ยังไม่รู้ผล กลัวไม่ผ่าน โทรไปถามเอเจ้นท์ โทรไปสถานทูต เข้าเว็บหาเพื่อนที่เจอชะตากรรมเดียวกัน แนะนำให้น้องๆอยู่เฉยๆ ทำงานแบบสบายใจ รอวันที่เราจะบินครับ เราไม่สามารถไปเร่งเขาได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ
-         หมั่นเช็คเมลบ่อยๆด้วยนะ บางทีอาจจะเข้าเมลขยะ ซึ่งน้องบางคนวีซ่าผ่านแล้ว แต่ก็ยังรอเมลอยู่ พยายามเช็คเมลและคุยกับเอเจ้นท์บ่อยๆครับ  ไม่ต้องเกรงใจเอเจ้นท์นะครับ เราจ่ายเงินจ้างเขาเขามีหน้าที่บริการเราครับ
เมื่อผลวีซ่าผ่าน
'-      เย้!! ดีใจด้วยครับ เชื่อว่าหลายคนคงกรี๊ดแทบบ้านแตกเมื่อเมลจากสถานทูตมาแจ้งว่าวีซ่าเราผ่านแล้ว และในวีซ่านั้นจะมีเงื่อนไขระบุเป็นข้อๆนะครับ อ่านดูให้ดีว่าเขาให้เราอยู่ถึงเมื่อไหร่นับจากวันที่บิน โดยปกติแล้วทางสถานทูตจะบวกให้อีก 2 เดือนหลังจากเรียนจบครับ และบางคนมีเงื่อนไขให้กลับประเทศ หากประสงค์จะต่อวีซ่า หรือ บางคนไม่มีข้อนี้ หากอยากอยู่ต่อก็ยื่นวีซ่าได้ที่ออสเตรเลียเลยครับ  ขั้นตอนต่อไปเราก็ต้องไปตรวจสุขภาพเพื่อส่งกลับสถานทูต จะมีลิสโรงพยาบาลมาให้เลือกครับ เราก็โทรไปสอบถามราคา และเอาที่ง่ายต่อการเดินทาง บางที่แพง บางที่ถูก แตกต่างกันไปครับ
เอาหละ วีซ่าผ่านแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมตัวก่อนบิน แล้วพบกันวีคหน้ากับ Clover Education & Services เราอาจไม่ใช่สถาบันแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด แต่เรามีทางเลือกให้คุณมากที่สุด