Blog

 

CLOVER EDUCATION Administrator

ตอนที่ 2: แพคกระเป๋าตะลุยโลกกว้าง

สวัสดีแฟนเพจ Clover Education & Services จากสัปดาห์ที่แล้วหลังจากวีซ่าเราผ่าน ต่อไปก็ถึงขั้นตอนการแพคกระเป๋า ซึ่งสัปดาห์นี้ ทาง Clover จะแนะนำการแพคกระเป๋าอย่างไรไม่ให้รู้สึกเสียดายและรู้สึกคุ้มค่ามากที่สุด ตลอดช่วงเวลาการใช้ชีวิตที่เมลเบิร์น เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าเมืองไทย ให้พร้อมไปเดินเฉิดฉายที่เมลเบิร์น แฟชั่นวีค
            เอาหละ เมื่อทราบช่วงเวลาเดินทาง เราก็พร้อมแพคกระเป๋าโบยบิน ซึ่งก่อนบินนั้น เราต้องมาดูกันก่อนครับว่า เดินทางช่วงเวลาไหน จะแต่งตัวแบบไหน ซึ่งโดยหลักๆ เมลเบิร์นจะมี 4 ฤดู
-    ฤดูร้อน ( ธันวาคม – กุมภาพันธ์ ) : น่าแปลกที่ประเทศอื่นฉลองคริสต์มาสปีใหม่กันท่ามกลางหิมะ แต่เมลเบิร์นดันตรงกับหน้าร้อนซะนี่ อุณภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 25-30 องศา หรือบางวันอาจสูงถึง 40 องศา ซึ่งไม่ต้องพูดถึง มันคือเดือนเมษายนบ้านเราดีดีนี่เองครับ การแต่งตัวก็เน้นสบายเสื้อยืด เสื้อกล้ามได้หมดครับ เพราะว่าร้อนนี่คือร้อนจริง ร้อนจนแสบผิว จะต่างจากบ้านเราก็ตรงที่บ้านเราช่วงเมษาจะร้อนชื้น เหนียวตัว แต่ที่เมลเบิร์นจะร้อนแห้ง เวลาออกนอกบ้านก็จะแสบผิวใช้ได้ ฉะนั้นครีมกันแดดสำคัญมาก ห้ามบอกว่าไม่ทา เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องผิวแล้ว ยังช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้ด้วยครับ
-    ฤดูใบไม้ร่วง ( มีนาคม – พฤษภาคม ) : ช่วงนี้เป็นช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดในเมลเบิร์นละครับ อากาศกำลังเย็นสบาย ชาวออสซี่ จูงลูก จูงหลานกันออกมาเดินเล่นสวนสาธารณะกันอย่างคึกคักและเนืองแน่น เมืองทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยต้นไม้หัวโล้น ให้เราได้ถ่ายรูปกัน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20 องศา คิดภาพเมืองเชียงใหม่ตอนหน้าหนาว นะหากไม่รู้ว่าจะแต่งตัวยังไง
-    ฤดูหนาว (  มิถุนายน – สิงหาคม ) : หนาวแค่ไหนถามใจ เราจะได้พบกับอุณภูมิหลักเดียวตลอดทั้งฤดูครับ แต่!! ไม่ต้องไปคาดหวังว่าจะใส่ชุดขนมิ้งกรุยกรายวิ่งเล่นในเมืองหิมะนะครับ เพราะเมลเบิร์นหิมะไม่ตกในตัวเมือง เราจะเห็นหิมะได้ก็ต้องขึ้นไปบนภูเขาครับ หน้าหนาวคือหนาวจริง ฉะนั้นเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพราะแค่พูดกันควันก็พวยพุ่งออกจากปาก  ช่วงนี้เราจะตื่นตาตื่นใจกับอากาศ และร่างกายจะอุดมไปด้วยพร็อบที่แน่น เอาแค่พอดี เข้าเมืองตาหลิ่วเราต้องหลิ่วตาตามครับ อย่าเป็นหุ่นโชว์หน้าร้านเดินได้เป็นพอ
-    ฤดูใบไม้ผลิ ( กันยายน – พฤศจิกายน ): เมื่อฤดูหนาวผ่านพ้นไป หิมะตามเทือกเขาละลาย ดอกไม้และพรรณไม้นานาพรรณก็พร้อมผลิดอก ออกใบ อากาศจะไม่ต่างจากฤดูใบไม้ผลิเท่าไหร่ แต่!! เราจะพบกับเมลเบิร์น 4 ฤดูในวันเดียวก็ช่วงนี้แหละครับเป็นช่วงฤดูที่แปรปรวนที่สุด  ตื่นเช้ามาอากาศเย็นสบาย สายมาฝนตก บ่ายมาร้อน ตกเย็นมาหนาวซะงั้น ฉะนั้นช่วงนี้เราจะพบกับหน้าฝนที่พร้อมจะโปรยปรายได้ทุกเวลาครับ ออกจากบ้านดูพยากรณ์อากาศให้ดี พกร่มติดกระเป๋าไปด้วยนะ
     เสื้อผ้าพร้อมแล้ว ก็เข้าสู่ของใช้ส่วนตัว สำหรับสตรีและบุรุษจากเมืองไทย ไม่ต้องขนมาม่าไปประทังชีวิตกันนะครับ เปลืองค่าน้ำหนักกระเป๋า เราจะเจอกับมาม่าต้มยำกุ้งห่อละ 15 บาทที่โน่นเองครับ ฉะนั้นพกไปเฉพาะ ที่จำเป็น ซึ่งประกอบด้วย
-    ยาโรคประจำตัว อยู่เมืองไทยเป็นโรคนี้แหละ วันละกี่โรคนับไป แล้วกะปริมาณเอาไปให้พอ กับช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ ถ้าเจ็บป่วยหนัก เรามีประกันสุขภาพนักเรียนที่จ่ายไปดูแลเราตลอดทั้งอายุวีซ่าครับ และเราสามารถฝากเพื่อนหิ้วจากเมืองไทยได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั่นเอาไปให้พอจะดีกว่า
-    เวชสัมอางค์ ถ้าไม่ใช้ของคลินิค ใช้แบรนด์ทั่วไป ก็เอาไปเฉพาะที่มี แล้วไปซื้อที่โน่นครับ ราคาไม่ต่างจากบ้านเรามาก ไม่ต้องหอบไปให้หนัก แบรนด์ตามท้องตลาดมีขายที่เมลเบิร์น และน้ำหอมแนะนำให้ไปซื้อที่โน่นครับ ถูกมาก!!
-    คอนแทคเลนส์  แนะนำให้ซื้อไปให้พอกับช่วงเวลาที่อยู่ เผื่อเหลือเผื่อขาด น้ำยาไม่ต้องแบกไปนะไปซื้อที่โน่น ถูกมาก!
-    ส่วนของใช้สตรี ไปซื้อที่โน่นครับ ไม่แพงอย่างที่กลัวๆกันนะ และของนำเข้าจากประเทศไทย จะไปกองรวมกันให้เราได้เลือกสรรค์กันที่ “ ตลาดไทย ” ราคาแพงกว่านิดหน่อย แต่เชื่อเถอะครับ อย่าขนไป

เมื่อแพคเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวเสร็จแล้วอย่าลืมปลั๊กไฟนะครับ เพราะที่ออสเตรเลียปลั๊กไฟจะไม่เหมือนบ้านเรา หากสามารถนำปลั๊กรางไปได้ ให้เอาใส่กระเป๋าไปด้วย จะได้ไม่ต้องไปซื้อหัวเสียบใหม่ อันนึงก็เกือบหลักพัน เอาหละ รูดซิปกระเป๋าให้แน่นสแกนเสื้อผ้าขาไป แล้วขากลับเรามาดูกัน .... มันจะมากกว่าขาไปเสมอ ฉะนั้นอันไหนไม่จำเป็นทิ้งไว้ที่ไทย ไปหาเอาใหม่ที่เมลเบิร์น  พร้อมแล้วก็กอดพาสปอร์ตให้แน่น หลับไปพร้อมรอยยิ้ม  พรุ่งนี้เราจะบินไปด้วยกันกับ CLOVER EDUCATION & SERVICES